การขยายพันธุ์มะม่วงหิมพานต์

การขยายพันธุ์มะม่วงหิมพานต์

การเสียบยอดแบบเสียบลิ่ม
นิยมกระทำกับต้น มะม่วงหิมพานต์ที่มีต้นขนาดเล็ก ซึ่งได้จากการเพาะกล้าในถุงพลาสติกจนต้นโตได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 1/2-1 เซนติเมตรหรือเมื่ออายุได้ 2-2 1/2 เดือนหลังจากการเพาะแล้วจึงนำมาเสียบ

วิธีทำ
1. เพาะต้นตอลงในถุงพลาสติกจนอายุประมาณ 2- 2-1/2 เดือน
2. ตัดต้นตอเหลือยาว 3-5 นิ้ว ใช้มีดที่คมและสะอาดผ่าตามยาว แผลลึกประมาณ 1.5 เซนติเมตร
3. เลือกยอดพันธุ์ดีที่มีตาเต่งและเป็นยอดที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป
4. ตัดใบที่ติดอยู่กับยอดให้หมดและเอาตายอดเหลือไว้เพียง 1 ตา ใช้มีดเฉือนยอดให้เป็นรูปลิ่ม
5. เสียบยอดพันธุ์ดีลงบนต้นตอที่เตรียมไว้ให้เปลือกของต้นตอสัมผัสกับกิ่ง พันธุ์ดีทั้ง 2 ข้าง หรือด้านใดด้านหนึ่ง
6. พันรอยแผลด้วยผ้าพลาสติกโดยพันจากล่างขึ้นบนจนมิดรอยแผล
7. ครอบด้วยถุงพลาสติก เพื่อต้นที่ต่อไว้จะได้ไม่เหี่ยว แล้วนำเข้าไว้ในที่ร่ม
8. เอาถุงที่ครอบออกเมื่อยอดพันธุ์ดีเริ่มแตกผลิยอดออกมาซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน

การเสียบยอดแบบเสียบเปลือก
นิยมกระทำ กับต้นมะม่วงหิมพานต์ที่มีต้นหรือกิ่งค่อนข้างโตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วขึ้นไป

วิธีทำ
1. ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่จะเปลี่ยนพันธุ์ดีบริเวณกิ่งต่างๆ ทุกกิ่ง โดยลอกเปลือกกิ่ง มะม่วงหิมพานต์ให้แผลยาว 3-5 นิ้ว แล้วตัดเปลือกที่ลอกออกให้เหลือ 1 ใน 3
2. เลือกยอดที่มีตาเต่งยอดไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ตัดยอดให้ยาว 3-5 นิ้ว และริดใบออกให้หมด
3. ใช้มีดที่คมและสะอาดเฉือนยอดพันธุ์ดี
4. สอดยอดพันธุ์ดีลงในรอยเผยอของเปลือกที่เตรียมไว้ตามข้อ 1 ให้รอยแผลของกิ่งพันธุ์ดีแนบชิดกับต้นตอที่เปิดเปลือก
5. พันพลาสติกใสจากล่างขึ้นบน เพื่อกันน้ำซึมเข้าแผล
6. แก้พลาสติกออกหลังจากตาเริ่มผลิออก
7. การเจริญเติบโตของยอดมะม่วงหิมพานต์พันธุ์ดี

การปลูก
มะม่วงหิมพานต์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ในดินทุกชนิด ดินเปรี้ยวก็สามารถปลูกได้ แต่จะต้องเป็นดินที่มีการระบายน้ำได้ดี มะม่วงหิมพานต์สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดี
เตรียมหลุมประมาณ ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกและ รอคฟอสเฟต นำต้นกล้ามาปลูกโดยใช้ระยะปลูกประมาณ 6x6-8x8xเมตร ในระยะ 1 – 2 ปี อาจทำการปลูกพืชแซม เช่น สับปะรด น้อยหน่า เป็นต้น เพื่อเสริมรายได้ในระยะแรก ควรใส่ปุ๋ยคอกอย่างน้อยปีละครั้ง และใส่ปุ๋ยวิยาศาสตร์เช่น 13-13-21 ปีละ 2 – 3 ครั้ง คลุมโคนต้นในฤดูแล้งเพื่อช่วยรักษาความชื้น มะม่วงหิมพานต์ไม่ต้องการตัดแต่งมากนัก นอกจากมีโรคและแมลงเข้ารบกวน


ขอบคุณที่มา : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=8448